สินค้า ผ้าทอมือบ้านฝายมูล


ผ้าทอลายน้ำไหลไทยลื้อ
สีชมพูสว่าง

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

✨    ขนาดสัดส่วนของผ้า✨ 
กว้าง 75 ซ.ม.
ยาว   360 ซ.ม.
สามารถตัดชุดได้ 1 ชุด 
ราคา 650 บาท 
-------------------------------------------------------------

ผ้าซิ่นม่านดั้งเดิม
พื้นสีเขียวเข้ม ลายสอดดิ้นสีเงิน
ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

✨  ขนาดผ้า 
กว้าง 87 ซ.ม.
ยาว 211 ซ.ม.
ราคา 750 บาท
-------------------------------------------------------------
กว่

เรื่องราวความทรงจำการฝึกทอผ้าของชาวบ้าน

เรื่องราวความทรงจำการฝึกทอผ้าของชาวบ้าน

             ช่างทอผ้าบ้านฝายมูลเกือบทุกคน ฝึกฝนทอผ้ามาตั้งแต่จบการศึกษาชั้น ป.4 โดยมีแม่ พี่ ป้า น้า ช่วยสอนให้บางคนได้รับการฝึกฝนมาตั้งแต่อายุ 18 ปี โดยได้รู้ได้เห็นการทอผ้ามาตั้งแต่เด็กเป็นชีวิตประจำวัน บางทีเห็นพ่อแม่ทอผ้าทุกๆ วัน ก็หมั่นสังเกตุจดจำ และลองฝึกฝนด้วยตนเองบ้าง แอบฝึกฝนบ้าง พอเห็นกี่ว่างก็ลองฝึกฝนบ้าง ทีละเล็กทีละน้อย บางคนก็ฝึกทอง่ายๆ ไปก่อน อาทิ เช่น ผ้าหลบ ไว้ใช้ในครัวเรือน ผ้าห่มลายต่างๆ ฝึกฝนไปเรื่อยๆ หลากหลายชนิด จนกว่าแต่งงาน ก็ยังทอผ้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งปัจจุบัน

งานหรือโอกาสที่ได้ใช้ผ้าทอ

            มักนิยมใช้ในงานบุญ งานบวช งานแต่งงาน งานขึ้นบ้านใหม่ บางคนก็ใช้ในโอกาสอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน นอกเหนือจากนี้



แนวทางของการอนุรักษ์และสืบทอดลวดลายผ้าทอ

แนวทางของการอนุรักษ์และสืบทอดลวดลายผ้าทอ

               3.1  ประโยชน์ของการนุ่งห่มผ้าทอบ้านฝายมูล
                     
                      -  ซักง่ายไม่ต้องตากแดด สามารถซักด้วยสบู่ หรือน้ำยาปรับผ้านุ่ม
                      -  ใช้งานได้นาน สีไม่ตก
                      -  ได้มีโอกาสสืบทอด และอนุรักษ์ผ้าทอให้คนรุ่นหลัง
                      -   ระบายอากาศดี ใส่แล้วไม่ร้อน
               
               3.2  การเก็บรักษาผ้าทอแบบภูมิปัญญาท้องถิ่น วิถีดั้งเดิม
              
                      -  เก็บรักษาผ้าทอแบบภูมิปัญญาท้องถิ่น คือการเก็บใส่ภาชนะที่สานด้วยไม้ไผ่ หรือตู้ไม้เก็บรักษา
               
               3.3  วิธีการเก็บรักษาผ้าทอไว้ให้นานๆ
                     
                      -  การเก็บรักษาผ้าให้นานๆ โดยวิธีการซักให้สะอาด แล้วรีดแขวนไว้ในตู้เสื้อผ้า ก็สามารถเก็บถนอมรักษาไว้ใช้นานๆ

              3.4  มีพิพิธภันณฑ์ผ้าทอ หรือสถานที่จัดแสดงผ้าทอของบ้านฝายมูล

                     - มีอยู่ตามบ้านของผู้ผลิตเอง เพราะผลิตและจำหน้ายไปอย่างรวดเร็ว และบางครั้งผลิตไม่ทันจึงไม่ได้ทำเป็นพิพิธภัณฑ์ไว้

              3.5  แนวทางการซื้อขายผ้าทอบ้านฝายมูล
                     การซื้อขายผ้าอทอของบ้านฝายมูลมีอยู่ 2 ลักษณะ คือ
                   
                     - ซื้อขายตามสถานที่ที่มีการทอผ้าของบ้านฝายมูล อาทิ เช่น บ้านเรือนของแม่บ้านที่เป็นช่างทอผ้า มีประมาณ ๅจ หลังคาเรือน อาทิ เช่น แม่ทองพูล อ้อดลาว แม่ทองใบ ศิริ แม่จันทร์ จิณะปัณ แม่โชติ สิทธิ แม่ปุ้ด กาวี แม่กิ่งแก้ว วิชา แม่ละเอียด วิชา แม่ปาน วิชา แม่เฝือ ปาทิ แม่นารี วิชา เป็นต้น

                     - ซื้อขอายโดยนำผลิตภัณฑ์ผ้าไปจำหน่ายตามงานแสดงสินค้าตามที่ต่างๆ ซึ่งบางครั้งจะเป็นการได้รับคำแนะนำและช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ ที่เป็นพัฒนากร อำเภอท่าวังผา ได้ให้คำแนะนำในการเดินทางไปจำหน่ายและแสดงผลิตภัณฑ์รวมทั้งให้ความสะดวกในด้านพาหนะที่ใช้ในการเดินทางและจองสถานที่วางจำหน่ายด้วย บางครั้งก็ไปจำหน่ายที่เมืองทองธานีหรือต่างจังหวัดไกลๆ ด้วยในการนี้ แม่นารี วิชา และแม่ทองพูล อ้อดลาว เป็นตัวตั้งตัวตีในการนำผลิตภัณฑ์ผ้าทอดังกล่าวไปจัดจำหน่าย

               3.6  การทำความสะอาดผ้าทอบ้านฝายมูล
                      
                      - นำมาอาบน้ำยาผ้าใหม และน้ำยาปรับผ้านุ่ม แล้วนำมารีด จะเงางามสดุดตาผู้ที่พบเห็น หรือแช่น้ำเปล่าไว้ แล้วค่อยๆบีบเอาน้ำออก นำไปผึ่งลมหรือแดดอ่อนๆ

              3.7  แนวคิดที่จะให้ผ้าทอบ้านฝายมูลคงอยู่ไปจนชั่วลูกชั่วหลาน สืบทอดกันยาวนาน
                     - เป็นแนวคิดที่อยากจะให้น้องๆ หลานๆ มาฝึกทอผ้ากันไว้ เพื่อหารายได้ช่วยครอบครวทั้งเป็นงานในร่มและยังเป็นการช่วยอนุรักษ์อาชีพนี้ไม่ให้สูญหายไปจากบ้านฝายมูล

              3.8  ลวดลายผ้าแบบอื่นๆ ที่นำมาประยุกกับผ้าทอบ้านฝายมูลได้อย่างสวยงาม

                     - ลวดลายผ้าที่นำมาประยุกต์ใช้มีอาทิ เช่น ผ้าทอลายน้ำไหล ผ้าตีนจก โดยการนำมาประดับหรือขลิปตามขอบเสื้อ หรือชุดที่ตัด

              3.9  วิธี และปัจจัยที่จะเป็นโอกาสขายผ้าทอมือบ้านฝายมูล
                   
                     - ต้องมีทุนอุดหนุนด้านอุปกรณ์
                     - ต้องการตลาดที่ส่งสินค้าได้อย่างสม่ำเสมอ
                     - ต้องการเครื่องมือสื่อสารที่ทันสมัยและการตลาดที่หลากหลายมากกว่าเดิม


แนวความคิดและที่มาผ้าทอ


แนวความคิดและที่มาผ้าทอ
     
           2.1 ลวดลาย
                 
                 - ลายดอกไม้ เช่น ลายดอกจันทร์แปดกลีบ ดอกแก้ว ดอกมะเฟือง ดอกกุหลาบ ดอกหมาก ดอกเปา (เต็งรัง) ผักกูด และข้าลีบ  มุก บัวลอย มะหวาย พิกุล ฯลฯ

                 - ลายของใช้  เช่น ลายโดม ผาสทา (ปราสาท)
         
                 - ลายสัตว์ เช่น ลายนก นกกินน้ำต้น (คณโฑ) พญานาค นาคชน นาคหวัน (กระหวัด) ช้าง ช้างต่างม้า ม้าต่างหงส์ กระต่าย ฯลฯ

                 - เรขาคณิต เช่น ลายเส้นตรง ลายสี่เหลี่ยม สี่เหลี่ยมผืนผ้า สี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ขอน้อย ขอหลาวง ขอเหลียว ฯลฯ

                 - ลายอื่น ๆ  เช่น ลายกาบ กาบหลวง กาบซ้อน เขี้ยวหมา (ลายยอด) รวมทั้งลายลื้อชนิดต่างๆ

            2.2 สีที่เป็นเอกลักษณ์ของบ้านฝายมูล
                        เป็นซิ่นที่มีลายขวางสลับริ้วสีพื้นไม่เกิน 3-4 สี สีที่ใช้ เช่น สีดำ สีแดง สีน้ำเงิน หรือ สีฟ้า และสีม่วง มีลักษณะที่เด่นคือ มีป้าน การจัดช่องขนาดของลายไม่เท่ากัน ตีนซิ่นจะต้องมีสีแดงและป้านใหญ่ที่ต่อจากตีนซิ่นขึ้นไปจะใช้สีน้ำเงินเข้มหรือสีม่วง

           2.3 วัฒนธรรมการใช้ซิ่นม่าน
                         ซิ่นมากนิยมใช้้ในเทศกาล งานบุญ งานมงคลต่างๆ (ซิ่นม่านทอด้วยฝ้ายและใหมยกดอกด้วยดิ้นเงิน ต่อเอวด้วยผ้าฝ้ายสีแดง ส่วนตีนแบ่งเป็น 2 ส่วนน ทั้งเล็บและป้านครบถ้วน)

           2.4 วัฒนธรรมการใช้สะไบผ้าทอบ้านฝายมูล
                         สะไบผ้าทอบ้านฝายมูล นิยมใช้เมื่อมีการฟ้อนรำ ในพิธีการต่างๆ

           2.5 วัฒนธรรมการใช้ผ้าโพกศรีษะ
                         นิยมใช้ผ้าโพกศรีษะเมื่อมีกิจกรรมประเพณี เช่น เข้าร่วมขบวนแห่ งานชนเผ่าต่างๆ เป็นต้น

           2.6 สีและลายของถุงผ้าทอและย่าม
                          ถุงผ้าทอ ใช้ในหลายกรณี อาทิ เช่น ใส่สิ่งของในการเดินทางไปซื้อของ เป็นต้น บางทีเรียกว่า ถุงย่าม ใช้ในการใส่สิ่งของใช้ในชีวิตประจำวัน ที่ใช้บ่อยมากคือ ใส่ห่อข้าวไปทำนาทำสวน ถุงย่ามนี้จะมีสายสะพายและจะมีสีที่เป็นเอกลักษณ์คือ สีแดง บางทีรู้จักกันในนาม "ถุงแดง" มักจะมีลายดอกไม้และลายรูปทรงเลขาคณิต

            2.7 ซิ่นเชียงแสนมีที่มาอย่างไร ทำไมไม่เรียกว่า ซิ่นฝายมูล 
                           ที่ซิ่นเชียงเเสนไม่ถูกเรียกว่าซิ่นฝายมูลนั้น ก็เพราะว่าตั้งแต่เดิมนั้นชาวบ้านก็เรียกซิ่นเชียงแสนมานานตั้งแต่รุ่นปู่ ย่า ตา ทวด มานานแล้้ว จึงไม่เรียกว่าซิ่นฝายมูล

            2.8  ซิ่นป้องมีเอกษณ์อย่างไร ทำไมถึงเรียกว่าซิ่นป้อง 
                            ซิ่นป้อง จะมีจุดเด่นต่างจาดซิ่นม่าน คือมีลายเล็กลงและมีจำนวนลายมากกว่า ดูเหมือนเป็นปล้องๆ จึงเรียก "ซิ่นป้อง" ตีนซิ่นนั้นจะมีเชิงแลดูสวยงามอีกแบบ

           2.9  ลายดอก หรือ เชิง ผ้าซิ่นบ้านฝายมูลมีชื่อเรียกอะไรบ้าง
                             ลายดอกจะมีดอกพิกุล ดอกมะหมาย ดอกบัวลอย ส่วนผ้าซิ่นบ้านฝายมูล มีชื่อเรียกว่าผ้าซิ่นม่าน ผ้าซิ่นป้อง ซิ่นเชียงแสน ผ้าซิ่นคำเติบ

           2.10  ผ้าปูที่นอน หรือเรียกว่า "ผ้าหลบ" นำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง
                             ผ้าหลบมีการใช้มานานตั้งแต่สมัยปู่ ย่า ตา ยาย ใช้เป็นผ้าปูที่นอน ปัจจุบันถูกนำมาประยุกต์ใช้เป็นผ้าปูโต๊ะ ผ้าม่าน บางคนนำมาตกแต่งเสื้อผ้า หรือนำมาประดิษฐ์เป็นกระเป๋าถือ กระเป๋าใส่เสื้อผ้าสิ่งของ เครื่องใช้ ฯลฯ

           2.11  ประเพณีห่อข้าวดำดิน มีประวัติความเป็นมาอย่างไร ใช้ผ้าทอชนิดไหนสวมใส่
                             เป็นประเพณีทานสลากของชาวไทยพวน ที่ได้รับการสืบทอดกันมาตั้งแต่อยู่เมืองพวน มีประเพณีการทานที่ไม่เหมือนบ้านอื่นของชาวล้านนา เช่นการล้มวัวล้มความและไม่มีการฮ้ายฮอมในวันห้างดา และวันทานสลาก จะมีแต่เฉพาะครอบครัวของใครของมันทำกันเอง ทำเช่นนี้สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ตั้งแต่บรรพบุรุษ จนถึงปัจจุบัน จะมีการห่อข้าวดำนิล (ดำดิน) ในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ของทุกๆ ปี ผ้าทอที่สวมใส่ ผู้หญิงส่วนมากจะสวมใส่เสื้อสีขาวแขนยาว นุ่งซิ่นม่าน ส่วนผู้ชายจะสวมใส่เสื้อหม้อฮ่อม กางเกงสามส่วนสีดำ

          2.12  แบบ ลายที่เป็นเอกลักษณ์ของตุงผ้าทอของบ้านฝายมูล
                              ตุงของบ้านฝายมูลจะมีความยาว 2 เมตร ลวดลายจะมีดอก เช่น ดอกจันทร์ ดอกงอเฉียง เบ็ด และรูปช้าง รูปม้า รูปปราสาท นิยมใช้กันในงานบุญ งานทอดผ้าป่า งานกฐิน เป็นต้น


ตุงผ้าทอของบ้านฝายมูล


                 2.12  ผ้ายกดอกบ้านฝายมูล
                                     ผ้ายกดอกบ้านฝายมูลจะมีลายดอกพิกูล ดอกมะหวาย ดอกเปาเครือ

ขั้นตอนการทอผ้าพื้นเมืองไทยพวน

ขั้นตอนการทอผ้า 
      ขั้นตอนที่ 1 
                       ขึงด้ายเข้ากับกี่ใหเรียบร้อย

            ขั้นตอนที่ 2
                       ใช้กระสวยซึ่งบรรจุเอาหลอดด้ายใส่ไว้ในร่องของกระสวยสำหรับสอดเส้นด้ายในแนวขวาง (พุ่ง)

            ขั้นตอนที่ 3
                        สอดกลับไปกลับมาอยู่เสมอเวลาสอด 1 ครั้ง ก็ต้องเหยียบไม้เหยียบตีน 1 ครั้ง
         
             ขั้นตอนที่ 4
                        ขณะเหยียบใช้ฟืมกระทบจัดให้เข้ากันเพื่อคัดเส้นด้ายให้เเน่นเข้ามือยื่นไปไม่ถึงก็ปลดเส้นด้ายที่ขึงก่อนแล้วม้วนเข้าไปในไม้ม้วนผ้าจะตึง ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ

              ขั้นตอนที่ 5 
                        ทำต่อไปจนกระทั่งเสร็จแล้วจึงเอาม้วนผ้าที่ทอได้ออกก็เป็นอันเสร็จสิ้นการทอผ้านั้น
                         

กระบวนการทอผ้า วัสดุ อุปกรณ์

กระบวนการทอผ้า

       1. วัสดุอุปกรณ์
              - ด้าย  คือ วัสดุที่เป็นเอกลักษณ์ผ้าซิ่นไทยพวน คือ สีดำ สีแดง สีน้ำเงิน สีเขียว สีชมพู       สีปัจจุบันเป็นด้านโทเร ประยุกต์นำมาทอผ้า ซึ่งได้จากการสั่งซืื้อจากแหล่งอื่นแล้วนำมาทอผ้า
                     - ด้ายสีเงิน สีทอง หรือเรียกด้วยภาษาท้องถิ่นว่า "ไหม" (ดิ้น) คือ วัสดุที่นำมาให้ใช้ตกแต่งลายผ้าให้มีลักษณะโดดเด่นสวยงาม
ซิ่นม่านท่อ ทอด้วยด้ายสีชมพู สีดำ สีน้ำเงิน ตกแต่งด้วยดิ้นสีเงิน

                      - ไม้เก็บมุก
                      - หลา หรือ ไม้ปั่นได้ คือ เครื่องมือที่ลักษณะด้านหนึ่งขึ้นรูปกลมมีซี่ อีกด้านหนึ่งเป็น ไว้ใช้สำหรับเข็นฝ้ายให้เป็นเส้นด้ายหมุนล้อมให้นำด้ายใส่หลอดเหล็กแหมแล้วจึงนำไปกวักเพื่อขึ้นด้ายหรือนำไปใส่หลอดไม้ไผ่ขนาดเล็กเพื่อกรอเส้นด้ายใส่ในกระสวยไว้สำหรับทอผ้า

เครื่องมือปั่นด้าย

                        - เฝือ หรือ ม้าเดินด้าย คือ เครื่องมือสำหรับนำไปโยงเส้นด้ายยืนไป-มา โดยความยาวของเฝือแต่ละช่วงทอผ้าได้ 1 ผืน จะใช้เฝือ 1 อันโยงเส้นด้ายให้มีความยาวประมาณ 45 เซนติเมตร

การโยงด้ายโดยใช้อุปกรณ์ "เฝือ"

                         - ฟืม คือ เครื่องมือประกอบการทอผ้า มีลักษณะซี่ๆ คล้ายหวีไว้สำหรับการสอดเส้นด้ายยืน หรือไหมยืน เครื่องมือชนิดนี้ไว้ใช้เพื่อเป็นการกระทกทำให้ด้ายสอดแน่น ความกว้างของผ้าทอเท่ากับความยาวของฟืม

อุปกรณ์สำหรับการทอผ้า ช่วยทำให้ผ้าแน่นและละเอียดมากขึ้น

                          - โครงสร้างหลักเป็นรูปทรงไม้สีเหลี่ยม มีส่วนประกอบให้การทอผ้าตั้งแต่เริ่มต้นจำสำเร็จหลายอย่างเช่น 
                                    - ไม้กี่พั้น ไม่สำหรับขึงเส้นด้ายตั้งแต่เริ่มทอ และพันผ้าที่ทอได้เก็บไว้เมื่อได้ความยาวตามที่ต้องการแล้วจะตัดผ้าออกจากไม้กี่พัน
                                    - ไม้หาบเหา ไม้ไผ่แห้งสำหรับหาบฟืมและเหาใช้เชือกคล้องให้โยงกับคานกี่ทั้งสองคาน ทั้งทางด้านซ้ายและขวาของกี่ทอผ้า
                                    - ไม้เหยียบตีน ไม้ไผ่แห้งความยาวประมาณ 1.50 เซนติเมตร จำนวน 2 อัน อยู่ทางด้านล่างของเครือหูกผูกมัดกับเชือกเหา เหยียบให้เส้นด้ายของเครือหูกยกขึ้นลงสลับกันแล้วพุ่งสวยสลับกันไปมาจากซ้ายไปขวา จากขวากลับไปซ้ายจะได้เนื้อผ้าตามต้องการ ถ้าเป็นการทอผ้าของลายใช้ไม้ไผ่ 4 อัน สำหรับลายมุกจะใช้ไม้ไผ่ 5 อัน
                                 
                                    - ไม้หัวหุ ไม้เนื้อแข็งหรือไม้ไผ่มีขนาดพอประมาณกับความกว้างของหน้าผ้า ใช้สำหรับสอดใส่เส้นด้ายยืนที่ทอใกล้เสร็จ แล้วใช้เส้นเชือกที่ล้อพันเส้นด้ายขนาดเท่ากับเชือกไนลอนขึงมัดกับคานกี่แทนเส้นด้าย

                                    - ไม้แป้นกี่ ไม้กระดานเนื้อแข็งพาดกับกี่ สามารถนั่งทอผ้าได้





                     - ไม้ขี้ผึ้ง  เป็นไม้เนื้อแข็งกลึงให้กลมเส้นผ่าศูนย์กลางกว้างประมาณ 2.5 เซนติเมตร ความยาวประมาณ 1.20 เซนติเมตร ขัดให้เกลี้ยงเกลาด้วยแว่นขี้ผึ้งที่แห้งแล้วนำไปถูกกับเครือหูกเพื่อให้เส้นด้ายเหนียวไม่ขาดง่าย สางด้วยหวีขนหมู (ขนหมูป่า) ในขั้นตอนต่อไป

                     - หวีขนหมู (ขนหมูป่า) คือ หวีหรือแรงที่ใช้สำหรับสางเส้นด้ายหลังจากถูด้วยไม้ขี้ผึ้งไม่ให้ด้ายติดไม้กี่เพื่อสะดวกต่อการทอ

                     - ก๊อหลอด (หลอดไม้ไผ่ขนาดเล็ก) ทำจากหลอดไม้ไผ่ที่แห้งแล้ว ขนาดเล็ก ความยาวประมาณ 5-6 เซนติเมตร ใช้เสียบกับเหล็กแหลมของหลาสำหรับปั่นด้ายใส่ แล้วจึงนำไปใส่กระสวย    ทอผ้า


                        - กระสวย คือ เครื่องมือในการพุ่งเส้นด้ายสำหรับทอผ้า ทำด้วยไม้เนื้อแข็งเจาะรูตรงกลางลำกระสวยเพื่อใส่หลอดด้ายที่ทำจากไม้ไผ่ (ก๊อหลอด) ในปัจจุบันหลอดด้ายอาจใช้หลอดที่ทำด้วยเหล็กขนาดใกล้เคียงกับหลอดไม้ไผ่เเต่เดิม

กระสวยที่ใช้สำหรับสอดด้าย ในกาารทอผ้า





ค้นคว้าเพิ่มเติมได้ที่

http://www.sathorngoldtextilemuseum.com/thai-phuan-weaving-equipment.html